ระบบ3-4-3กับฟอร์มลุ้นแชมป์ของเชลซี

            พลพรรค “สิงห์บูล์ส” เชลซี ยอดทีมแห่งกรุงลอนดอน ระเบิดฟอร์มสุดยอด โดยเฉพาะในเกมล่าสุดที่เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถล่มเอาชนะ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแบบหมดสภาพ 4-0 พร้อมกับทำคลีนชีท ไม่เสียประตูให้ทีมใดในลีก ในการชนะมา 3 นัดติดต่อกันแล้ว

            หลังเกม อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาเลียน ได้ออกมาเผยถึงชัยชนะในนัดนี้ว่า “ทำลายล้างยูไนเต็ด เลยหรอ คำนี้ก็ดูแย่ไปหน่อย ผมไม่ชอบเท่าไหร่ บางทีพวกเราก็แค่เล่นดีกว่าเท่านั้น แต่ผมคิดว่า พวกเขากับ มูรินโญ่ รวมถึงตัวผมเองยังต้องการเวลาในการทำทีมอีกหน่อยนะ ตอนนี้ผมต้องชื่นชมเลย เฉพาะนักเตะกับแฟนๆ เพราะสิ่งสำคัญมากที่สุดในอาชีพของผม คือตอนที่ได้แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา บวกกับแชมป์ฟุตบอลถ้วย คือผมชอบชนะในสงคราม ไม่ใช่แค่ชนะในสมรภูมิรบ” อันโตนิโอ คอนเต้  กล่าว

            ทั้งนี้เมื่อถูกถามว่า การคว้าชัยเหนือผีแดง เป็นกาศประกาศว่า เชลซี พร้อมสำหรับการลุ้นแชมป์แล้วรึยัง

            “ใช่สิ มันสำคัญมากสำหรับจุดมุ่งหมายของเรา หลังจากแพ้ 2 เกมทั้ง อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล เรามองหา 3 แต้ม แต่มันสำคัญขึ้นไปอีกเมื่อชนะทีมที่แข็งแกร่ง และนั้นทำให้เรามั่นใจ”

            จากผลงานดังกล่าว ทีมงานSBOBET ได้ออกมาวิเคราะห์ว่าทำไม แผม 3-4-3 ของ อันโตนิโอ คอนเต้ ในเวลานี้ จึงประสบความสำเร็จอย่างมาก และพร้อมพาทีมกลับมาสู่เส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง ….

            “ผมต้องแก้สถานการณ์” อันโตนิโอ คอนเต้ กล่าวหลังจากที่เห็นทัพ “สิงห์บูล์ส” โดน อาร์เซน่อล ถล่มเอาชนะไปได้ถึง 3-0 ในเกมลีก เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย. “ในทุกๆเกมก่อนหน้านี้เราจำเป็นต้องทำให้ได้อย่างน้อย 2 ประตู อาจจะเป็น 2 ,3 หรือ 4 ประตู เพื่อกลับมาสู่เกมให้ได้โดยตลอด ซึ่งผมจำเป็นต้องแก้ไขปัญหานี้”

            หลังจากเข้าสู่ช่วงพักครึ่งในเกมที่พบกับ อาร์เซน่อล ที่เอมิเรตทส์ 3 ประตูที่เสียไปนั้น ทำให้ คอนเต้ รู้ตัวดีว่าทีมของเขาต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างแล้ว และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาปรับระบบการเล่นจาก 4-1-4-1 เป็น 3-4-3 จนถึงปัจจุบัน

            ทีมงานSBOBET การเสียไปถึง 9 ประตู จาก 4 เกมในเวลานั้น รวมไปถึงหายนะจากการพ่ายทีมลุ้นแชมป์ด้วยกันอย่าง ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล ทำให้เขาต้องปรับมาใช้แผนที่ตัวเองคุ้นเคยอย่าง 3-4-3 แม้มันจะไม่ถูกโฉลกกับพรีเมียร์ลีกมากนัก แต่กุนซือชาวอิตาเลียน ก็พาลูกทีมเก็บคลีนชีทได้ 3 นัดติดต่อกันประกอบไปด้วยเกมที่เอาชนะ ฮัลล์ ,เลสเตอร์ และ ล่าสุดกับ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ มูรินโญ่ เคยทำเอาไว้สมัยคุมเชลซี เลยทีเดียว

             นับตั้งแต่ ขุนพลสิงห์บูล์ส เปลี่ยนแปลงระบบการเล่น เชลซี ก็สามารถทำประตูได้มากมายและการสร้างสรรค์เกมก็เกิดขึ้นไม่น้อยเช่นกัน พร้อมกันนี้ก็ยังปิดเกมของคู่แข่งได้แบบชนิดหมดจด ในระบบ 3-4-3 นี้จะทำให้ 2 ห้องเครื่องของทีมอย่าง เนมานญ่า มาติช และ เอ็นโกโล่ กองเต้ นั้นลงมาช่วยเกมรับร่วมกับ แกรี่ เคฮิลล์ ,เซซาร์ อัซปิลิกัวเอต้า และ ดาวิด ลุยซ์ 3 แผงหลัง ขณะที่ในเกมรุก เอแดน อาซาร์ ก็ไม่ต้องลงมาพะวงกับเกมรับเหมือนที่เคย พร้อมกับมีอิสระในการทำเกมมากขึ้น รวมไปถึงยังมี ดีเอโก้ คอสต้า ที่เป็นศูนย์กลางในการทำประตูอีกด้วย

            แม้ว่าการเปลี่ยนไปใช้ระบบแผงหลัง 3 ตัว จะทำให้ผู้เล่นคนหลายๆคนนั้นต้องได้รับผลกระทบจากความไม่คุ้นเคย ซึ่งมันจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อให้ทุกอย่างลงตัว แต่ทีมงานSBOBET  มองว่าโชคดีไม่น้อยที่เชลซี ในฤดูกาลนี้นั้นมีเวลามากพอที่จะฝึกซ้อมแท็กติกนี้เพิ่มขึ้นจากการที่ไม่ได้ไปแข่งขันในฟุตบอลยุโรปนั่นเอง

            คอนเต้ นั้นเคยประสบความสำเร็จสำหรับแผนนี้มาแล้ว สมัยที่คุมทีม “ม้าลาย” ยูเวนตุส คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอา 3 สมัย และ โคปา อิตาเลีย อีก 2 สมัย และเขาก็พยายามนำมันมาใช้ที่นี่ตั้งแต่แรก นับตั้งแต่เขาเข้ามาคุม เชลซี แม้ว่าในช่วงแรกจะลองเล่นแผงหลัง 4 ตัวแบบที่นักเตะคุ้นเคยก็ตาม แต่เมื่อมันไม่เวิร์ค ทีมงานSBOBET ก็เชื่อว่าเมื่อปรับมาเล่นในระบบที่เขาชื่นชอบ ผู้เล่นในทีมทุกคนก็พร้อมจะเคียงข้างเขาต่อไปไม่ว่าจะเล่นแผนใดก็ตาม

            ถึงเวลานี้ เชลซี จะกลับมาเป็น “สิงโตน้ำเงินคราม” ที่อันตรายเช่นเดิม ในระบบใหม่อย่าง 3-4-3 ได้หรือไม่ผลงานในฤดูกาลนี้จะเป็นบทพิสูจน์

Write a Reply or Comment

Your email address will not be published.